Interview

กนกกาญจน์ เต็มพิทักษ์ :Flying in the difference

ผู้หญิงอย่างเราคงฝันว่าอยากจะเกิดมาทั้งสวยทั้งเก่ง หรืออยากทำอะไรได้หลายๆ อย่างในเวลาเดียวกัน แต่โอกาสก็ไม่ได้เหมือนกันเสมอไปถ้าหากพรนั้นตกไปอยู่ที่สาวใดก็ถือว่านั่นคือโชคดีของเธอ เหมือกับ น้องน้ำตาล สาวหน้าสวยพริตตี้สุดมั่น ระดับไฮคลาส เกียรตินิยมอันดับ 1 จากรั้วศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ได้พรนั้นมา แต่มันแปลกตรงที่ว่าช่างต่างกันสุดคั่ว ที่สมบทบาทนักบินสาวมาดเท่ และมาเป็นพริตตี้สาวแสนเซ็กส์ซี่ และเธอก็น่าจะช่วยจุดประกายไฟฝันของสาวไทยหลายคนที่หมายมั่นอยากจะทำอาชีพในฝันควบคู่ไปกับอาชีพที่รัก ให้ลุกโชนขึ้น… อีกครั้ง

น้ำตาลฝันอยากจะเป็นนักบินมาตั้งแต่เด็กๆ ค่ะ เพราะคุณพ่อและคุณปู่เป็นนักบิน เราก็อยากเป็นแบบนั้นบ้าง ก็เลยปรึกษาคุณพ่อในช่วง ม.ปลายว่าถ้าจะเป็นักบินต้อง เรียนคณะอะไร คุณพ่อบอกว่าเรียนคณะอะไรก็ได้ แล้วค่อยมาสอบเฉพาะทางทีหลัง ตอนนั้นก็เลยตัดสินใจสอบตรงเข้าคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นคณะของสายศิลป์ แต่เราเรียนสายวิทย์ แล้วคณะนี้เป็นคณะใหม่ ในห้องเรียนตอนนั้นไม่มีใครสนใจเลย แต่เราสนใจเลยลองไปสอบดู ปรากฏว่าสอบติด ก็รู้สึกดีใจเพราะ ไม่อยากเอนทรานซ์ด้วย

ก่อนหน้าที่จะมาเรียนการบิน จะต้องสอบคุณสมบัติเบื้องต้นว่าเหมาะสมจะเป็นนักบินหรือไม่ มีการสอบคิดเลขเร็ว เพราะว่าเครื่องบินไม่หยุดนิ่ง เราต้องคิดตลอดเวลา ต้องสอบทัศนคติ สอบแยกระบบประสาท สามารถทำอะไรหลายอย่างพร้อมๆ กันได้ ถ้าไม่ผ่านตรงนี้ จะไม่สามารถเข้าเรียนหลักสูตรการบินได้ ซึ่งน้ำตาลสอบผ่านตั้งแต่ครั้งแรกค่ะ ก็เลยได้มาเป็นศิษย์การบิน

น้ำตาลเป็นคนไม่กลัวความสูงอยู่แล้ว เลยไม่รู้สึกหวาดกลัวอะไร ทุกครั้งเป็นความสนุกและท้าทาย หัวใจจะพองโต ตอนที่เป็นศิษย์การบิน แล้วได้บินเดี่ยวครั้งแรก รู้สึกตื่นเต้นบ้าง แต่พอเครื่องลง (Landing) ได้ปุ๊บก็จะรู้สึกโล่งใจว่า เราทำได้แล้ว และเวลาเป็นนักบินเราจะคิดถึงผู้โดยสารเป็นอันดับแรก รุ้สึกว่าทุกชีวิตมีค่า เพราะเป็นคนที่ตัดสินใจแทนชีวิตข้าหลังทุกคน ก็ส่งผลให่ชีวิตประจำวันของน้ำตาลเป็นคนระมัดระวังอยู่ตลอด เป็นคนตรงต่อเวลา และระบบระเบียบจึงส่งผลให้น้ำตาลรู้จักระบบระเบียบชีวิตดีขึ้นค่ะ

ส่วนการเป็นเอ็มซี (Master Ceremony) และเป็นพริตตี้ หลายคนมองว่า มันดูต่างกันสุดๆ แต่น้ำตาลมองว่ามันเป็นความสมดุลของชีวิตที่โอเคเลยนะคะ เหมือนได้รีแลกซ์ และถ้าเราแบ่งเวลาได้ก็ไม่ใช่ปัญหา

เรื่องของการดูแลตัวเองเวลาเป็นนักบินจะเจอแดด ลม ฝน ในระยะประชิดมากๆ ซึ่งทั้งหมดนั้นล้วนเป็นตัวการทำร้ายผิว วิธีการป้องกัน เราทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าทาครีมกันแดด พอเสร็จภารกิจการบินก็หาเวลาไปมาส์กหน้าบ้าง ทำทรีตเมนต์บ้าง คืนกำไรให้ผิวพรรณ เพื่อความสวย เท่ อย่างสมบูรณ์แบบค่ะ